แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันทึกชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันทึกชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

23 พฤษภาคม 2551

เพราะเธอคือสายน้ำ

นานแล้วสินะ ที่ฉันห่างหายไปจากแวดลงของเพื่อนๆ ฉันก็เป็นอย่างนี้ประจำ เมื่อจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งฉันมักจะลืมเลือนสิ่งอื่นจนสิ้นแม้กระทั่งเพื่อน
เริ่มตั้งแต่เพื่อนสมัยวัยเรียนประถมที่สนิทกันมากอย่าง "ตาล"พอเวลาผ่านไปฉันวุ่นวายกับการเรียนที่สูงขึ้น จนห่างเหินการไปมาหาสู่ เมื่อฉันกลับไปที่บ้านของตาลอีกครั้งเกือบ10ปีให้หลัง ปรากฏว่าเค้าได้ย้ายไปแล้ว ฉันใช้เวลา ถึง2 ในการตามหาจนพบว่าครอบครัวของตาลย้ายไปอยู่ย่านบางบอน2 เมื่อฉันไปที่บ้านนั้นจึงได้รับคำตอบว่า ตาลแต่งงานกับชาวญี่ปุ่นและย้ายไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเสียแล้ว
แม้แต่ตอนที่ฉันทำงาน เมื่อฉันเปลี่ยนงานฉันสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่เสียจนลืมเลือนการติดต่อกับเพื่อนที่ไทยสกายทีวีจนสิ้น จนถึงตอนนี้เพื่อนหลายคนก้าวหน้าในหน้าที่การงานเห็นหน้าทางทีวีประจำ แต่ฉันก็ไม่ได้ติดต่อใครๆเช่นเดิม ฉันเลือกที่จะอยู่เงียบๆและมองเพื่อนๆของฉันผ่านงานของพวกเค้าต่อไป
และคราวนี้ฉันยังคงเหมือนเดิม ลืมเลือนเพื่อนเก่าๆเมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เพราะฉันต้องอยู่ไกลบ้าน อยู่ท่ามกลางคนที่พูดคนละภาษากับฉัน ฉันจึงใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับพวกเขา แล้วยังต้องคอยประคับประคองเจ้าตัวน้อยในครรภ์ให้ปลอดภัย จนถึงดูแลให้เติบโต ทำให้ฉันขาดการติดต่อเพื่อนๆไปนับปี
แม่สายน้ำของฉันจะเป็นยังไงบ้างนะ ชื่อของเธอหมายถึงธิดาหรือนางพญาแห่งท้องน้ำ ทว่าสายน้ำก็คือสายน้ำ บางคราเอื่อยรินไหลเติมความชุ่มชื่นให้ผืนดิน บางคราถาโถมโครมครืนดุจน้ำป่าหลากเชี่ยวรุนแรง ทว่าไม่ว่าจะแบบไหน เธอก็คือสายน้ำอยู่นั่นเอง บางครั้งนกสีฟ้าที่แสนจะใจน้อยอย่างฉัน ยังเคยน้ำตารินเพราะความคิดที่ว่าทำไมแม่สายน้ำไม่เข้าใจเรา และบางครั้งอีกเช่นกัน ที่นกสีฟ้าอย่างฉันกลายเป็นนกพญาไฟที่เผาผลาญผู้คนรอบข้างได้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่สายน้ำก็ยังคงเป็นสายน้ำ ที่อภัยให้ฉันเมื่อเวลาเธอเย็นลง เปลี่ยนจากน้ำป่ารุนแรงเป็น เป็นสายน้ำไหลรินให้เย็นใจ ฉันเองเมื่อเย็นลงก็เปลี่ยนจากนกพญาไฟกลับมาเป็นนกสีฟ้าเหมือนเดิมที่เข้าใจว่าธรรมชาติของสายน้ำ มีทั้งใสเย็นและรุนแรง เหมือนที่เธอเข้าใจนกสีฟ้าอย่างว่ามีทั้งความสุขร่าเริง และความเกรี้ยวกราด บางครั้งฉันหงุดหงิดในความหวาดกลัวบางอย่างของเธอ แต่เธอกลับไม่เคยหงุดหงิดหรือรำคาญในความหวาดกลัวของฉัน บางครั้งเธอกลับปลอบแบเสียด้วยซ้ำ มันทำให้ฉันได้คิดว่า ธรรมชาติของทุกคนย่อมมีความหวาดกลัวสิ่งหนึ่งสิ่งอยู่เสมอ ขอบคุณนะสายน้ำ ที่เวลาที่ผ่านมาเธอให้อภัยฉันเสมอและไม่หงุดหงิดหัวเสียกับความหวาดกลัวและเกลียดเจ้าสัตว์เลื้อยคลายขนปุยอย่างโอเวอร์ของฉัน หากเวลาที่ผ่านมา ถ้าฉันทำให้เธอเจ็บปวดด้วยคำพูดของฉันแล้วละก็ นกสีฟ้าคนนี้ต้องขอโทษสายน้ำด้วยนะ

17 เมษายน 2551

ขอบคุณมือที่สาม

คนจะไปก็คือจะไป ใครจะไปห้ามได้ เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่ย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเอง ฉันเองก็เข้าใจดีถึงข้อนี้ รวมถึงความรับผิดชอบ สามัญสำนึกของคนที่ไม่เท่ากัน การที่คนสองคนจะเลิกกันหรือใครคนใดคนหนึ่งจะหันไปมีคนใหม่มันย่อมเป็นเรื่องธรรมดา ฉันเองก็พร้อมที่จะเลิกลาหากอีกฝ่ายเอ่ยขอแยกทาง แต่หลายครั้งหลายหนพ่อเจ้าประคุณไปกุ๊กกิ๊ก จุ๊กจิ๊กกะสาวอื่น แล้วก็บอกเราว่าไม่มีอะไรแค่พวกสาวรักสนุกขึ้นเตียงแล้วก็แล้วไป บางคนมีสามีอยู่ด้วยซ้ำ จนมาถึงแม่พยาบาลสาว ไม่สิตอนนี้ต้องเรียกเธอว่าแพทย์หญิงแล้วหล่ะเพราะเธออัพเกรดตัวเองเรียบร้อยแล้วนี่นา จริงๆแล้วฉันต้องขอบคุณแพทย์หญิงคนนี้มาก ที่ช่วยให้ฉันตัดสินใจเลิกกับอดีตคนรักได้ เพราะความที่เธอร้ายกาจเหลือเกินโทรด่าเรา โทรด่าแม่เราซะจนช็อก แถมยังราวีผู้หญิงคนอื่นๆโดยใช้ชื่อเราอีกแสบมั่กๆ อะไรก็ไม่เท่ากะคูณเธอโทรด่าเราขณะเราอยู่กะแฟน พอเราส่งโทรศัพท์ให้แฟนฟังเสียงว่าใช่ไหม เค้าก็ยอมรับว่าใช่ แต่พอหลังจากนั้น เรากลับโดนแฟนว่า หาว่าโทรไปหาเค้าหลายหนจนเค้าต้องโทรกลับ ทั้งๆที่วันนั้นทำงานอยู่ด้วยกัน 5-6 ชั่วโมงก็เห็นๆอยู่ว่าเราเอาโทรศัพท์เสียบไว้ที่กระเป๋ากล้องตลอดจะไปโทรได้ตอนไหนฟระ นอกจากนี้ยังมีจดเหมายปริศนาส่งไปด่าสาวๆทั้งหลายที่พ่อเจ้าประคุณคั่วอยู่ โดยลงชื่อเราฟ่ะ แถมด้วยเบอร์โทรเราด้วย ผลคือเราโดนโทรศัพท์มาด่าตรึมเลย อิ อิ อิ ตอนนั้นกาลังบวชพราห์มอยู่ที่วัดโพธิ์ทัยมณีเพชรบุรีด้วย เราก็แคย้อนถามคนที่โทรด่าเราแหละว่าถ้าเราจดหมายไปด่าเค้าน่ะเราจะใส่ชื่อใส่เบอร์โทรเราให้โทรกลับมาด่าเราทำไม แถมบางคนฉันเพิ่งจะรู้ว่าเค้าเป็นกิ๊กกะแฟนก็ตอนที่เค้าโทรมาด่านี่แหละ 555 พูดง่ายๆว่า ตั้งแต่แม่คนนี้ก้าวเข้ามา ฉันกลายเป็นนางมารร้ายขาวีนไปโดยไม่รู้ตัวเลย แล้วตั้งแต่คุณเธอมาแทรกระหว่างกลางนี่ ฉันเลิกกะแฟนไม่รู้กี่หนเพราะทนที่เค้าจัดการกับแม่สาวนี่ไม่ได้นั่นแหละแต่ใจอ่อนยอมให้อภัยทุกคนั้งที่เค้ากลับมาง้อ เฮ้อว่าแต่คนอื่นแต่ตัวเองก็ใจอ่อนเหมอนกัน ครั้งสุดท้ายฉันทนไม่ได้ ออกปากกับแม่สาวนั่นเลยว่าถ้าอยากได้นักฉันบริจาคให้ก็ได้ เวลาผ่านไปเป็นปี พ่อคุณก็ตามไปง้อฉันถึงทางใต้ เกือบใจอ่อนแล้วหล่ะ แต่ฉันก็ให้ได้แค่เป็นเพื่อนแล้วช่วยงานเค้าเหมือนเดิม (เพิ่งนึกได้ ค่าแรงคนงานเรียงโปสการ์ด กะค่าพวงกุญแจที่ออกไปให้ก่อน9พันก่าๆ ยังไม่ได้คืนเลยนี่หว่า) ยังไงก็ฝากขอบคุณพยาบาลสาวที่ตอนนี้เป็นแพทย์หญิงไปแล้วด้วยนะค๊า เพราะถ้าตอนนั้นไม่มีความร้ายกาจของคุณ ฉันคงไม่มีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนในตอนนี้อย่างแน่นอน

31 มีนาคม 2551

บทเรียนการโกงจากคนจริงเมืองนคร

บทเรียนการถูกโกงจากคนจริง ทำไมถึงว่าจากคนจริงน่ะหรือ เพราะคนกลุ่มนั้นมักประกาศกับใครต่อใครว่าเค้าเป็นคนจริงกล้าทำกล้ารับน่ะสิ นั้นคือภาพที่สร้าง แต่ความเป็นจริงเจ้าตัวก็คงรู้อยู่แก่ใจ เพราะถ้าเป็นคนจริงแล้วคงไม่ขายศักดิ์ศรีตัวเองด้วยเงินแค่หลักหมื่นหรอกน่า ประกาศตัวว่าเป็นนักอนุรักษ์รักธรรมชาติ แต่ก็แค่ภาพที่สร้างเพื่อผลทางธุรกิจอยู่ดี ฉันคงปล่อยให้เรื่องของคนดกงมันผ่านเลยไปเฉยๆหลังจากที่ ฉันทำบุญถวายสังฆทาน จุดธูปกรวดน้ำกลางแจ้งวันนั้นฉันกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า "หากฉันเคยไปเอาหรือไปโกงคนพวกนั้นมา ไม่ว่าชาติใด บัดนี้ฉันได้ชดใช้แล้วด้วยเงินจำนวนนั้น แต่หากว่าฉันไม่เคยเอาของเขามาหรือโกงพวกเขามา แล้วล่ะก็ ความโชคร้าย ภยันตรายใดใด ความเจ็บปวดป่วยไข้ทั้งปวง อันจะเกิดแก่ฉันในชาตินี้ ขอให้พวกเขาเหล่านั้นรับไปแทนฉันตามสัดส่วนของแต่ละคน เพื่อขอให้จบในชาตินี้ไม่ต้องให้พวกเขาตามไปชดใช้ฉันในชาติหน้า และไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ขออย่าให้เส้นทางของพวกเขาเหล่านั้นมาบรรจบกับเส้นทางของฉันได้อีก" ทำไมฉันถึงทำขนาดนั้นน่ะหรือ เพราะว่าฉันรู้ดีว่าฉันไม่มีทางได้เงินคืนจากพวกเขา เพราะเค้าได้บอกคนอื่นๆว่าฉันไม่ต้องการเงินคืนเค้าจึงจะเอาเงินจำนวนนั้นไปทำบุญพร้มทั้งส่งเมลหาฉันว่าจะนำเงินและของของฉันไปทำบุญ ฉันจึงได้โทรศัพท์หาผู้หญิง เมื่อฉันบอกว่าหากจะเอาเงินฉันไปทำบุญให้ฉันแทนที่จะคืนฉัน ฉันก็ขอเป็นฝ่ายระบุว่าจะให้นำเงินไปบริจาคที่ใดบ้าง ฝ่ายผู้หญิงในกลุ่มนั้นจึงบอกกับฉันว่า "พี่มันก็แค่จดหมายชี้แจงในที่ประชุม กับเมลบอกสมาชิกน่ะ จริงๆแล้วจะทยอยคืนให้พี่เดือนละ1000 " แต่ฉันไม่เคยเห็นเงินจำนวนที่ว่าจะทยอยส่งคืนแม้แต่สตางค์เดียว ฉันถึงได้ทำบุญกรวดน้ำให้ ซึ่งมันก็น่าจะจบลงได้ แต่ทว่า ตลอดเวลาปีกว่ามานี่ ฉันได้รับการบอกเล่าจากเพื่อนเดินป่าหลายๆคนว่าพวกเค้ายังคงพูดถึงฉันในทางไม่ดีอยู่เสมอ รวมทั้งบอกใครๆว่า คืนเงินให้ฉันหมดแล้ว ฉันคงต้องทำบุญกรวดน้ำอีกครั้งกระมัง ตอนนี้ฉันได้แต่ทำใจว่าช่างเขาถือซะว่าทำบุญถ้าหากการพูดถึงเราในทางร้ายจะทำให้พวกเค้าดูดีขึ้น แต่ถึงอย่างไรฉันก็ต้องขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ฉันรู้ว่า คนที่ชอบประกาศตัวว่าเป็นคนดีคนจริงนี่แหละที่เราต้องระวังให้ดี